เรือใบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปิดฉากความสำเร็จ

ในที่สุดฟุตบอลถ้วยลีกของอังกฤษจบลงด้วยผลที่ออกมาว่าแมนเชสเตอร์ซิตี้สามารถคว้าแชมป์ได้สำเร็จสำหรับฤดูกาลนี้ เพราะรูปแบบระบบของทีมที่มีความอันตรายมากในทุกตำแหน่งทีมเรือใบสีฟ้ามีคะแนนในตารางพรีเมียร์ลีกอยู่ที่ 98 คะแนน ส่วนรองแชมป์อย่างหงส์แดงลิเวอร์พูลมีคะแนน 97 คะแนน ห่างกันแค่ 1 แต้มเท่านั้นเป็นปีที่แฟนบอลทั้งสองทีมลุ้นกันจนนัดสุดท้ายเลยทีเดียว แล้วเป็นการทำแต้มมากที่สุดทั้งสองทีมแสดงให้เห็นว่ามาตรฐานมีพอๆ กันเลยทีเดียว อย่าลืมว่าฤดูกาลก่อนทีมเรือใบมีแต้มนำห่างอันดับสองอย่างมากจนทำให้การลุ้นแชมป์ไม่ได้ดูสนุกถ้าเทียบกับปีนี้ สิ่งที่เห็นได้ชัดคือความสูสีของทีมอันดับ 1 และ 2 มันแสดงให้เห็นว่าทีมเรือใบจะต้องโชว์ฟอร์มให้มีความคงเส้นคงวามากกว่านี้เพราะพวกเขาสามารถเคยทำคะแนนได้ถึง 100 คะแนนมาแล้วปีนี้ทำคะแนนได้ 98 คะแนนถือว่ามาตรฐานไม่ต่างกันมากถ้าพวกเขายังคงเล่นได้ดีแบบนี้ตลอดทั้งฤดูกาลคงยากที่ใครจะมาท้าชิงได้ ซึ่งในที่สุดที่มีลิเวอร์พูลนี่และที่ทำได้ใกล้เคียงและได้รับคำชมจากบรรดานักเตะแมนเชสเตอร์ซิตี้ว่าพวกเขาสู้ได้ยอดเยี่ยมเลยทีเดียว ถึงแม้ว่าทีมเรือใบสีฟ้าจะคว้าแชมป์ลีกได้ 2 ครั้งติดแต่ว่าการรักษาแชมป์นั้นยากกว่าปีหน้าจะต้องรอดูว่าฟอร์มของทีมในฤดูกาลหน้าจะสามารถป้องกันแชมป์ได้หรือเปล่า ในส่วนของลิเวอร์พูลถึงแม้เหล่าเดอะค็อปจะไม่ได้ครองแชมป์ลีกในปีนี้แต่ก็ยังมีลุ้นบอลถ้วยใหญ่อย่างยูฟ่าแชมป์เปี้ยนลีกรอยู่ซึ่งจะชิงกับทีมไก่เดือยทองท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ในวันที่ 1 มิถุนายน 2019 ถึงแม้เดอะค็อปทั้งหลายส่วนใหญ่อยากให้ทีมตัวเองได้แชมป์พรีเมียร์ลีกก็ตาม แต่การที่ทีมทำคะแนนได้ดีขนาดนี้มันแสดงให้เห็นชัดเจนถึงการพัฒนาที่ไม่ว่าทีมไหนก็ต่างหวาดกลัวที่ได้เจอด้วย ถ้าให้มองดูแล้วทีมลิเวอร์พูลชุดนี้ยังคงเป็นชุดที่ไว้วางใจได้กับระบบที่สามารถเล่นได้โดยที่นักเตะส่วนใหญ่ยังคงมีอนาคต และถ้าให้ชื้อผู้เล่นเข้ามาก็ไม่กี่ตำแหน่ง ตัวแทนแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันอย่างอัลเบร์โต้ โมเรโน่ดูจากนัดปิดฤดูกาลไม่ได้ลงหรือมีชื่อในตัวสำรองแสดงให้เห็นว่าเขาน่าจะย้ายออกหลังจากจบฤดูกาลถ้าเป็นอย่างนั้นจริงก็ไม่น่าแปลก เพราะถ้าดูแล้วเขาน่าจะไม่สามารถโชว์ฟอร์มได้ดีจนสามารถเบียดแย่งตำแหน่งกับแอนดรูว์ โรเบิร์ตสันได้สำเร็จ ส่วนอีกหนึ่งคนคือแดเนียล สเตอร์ริดจ์ยังคงไม่สามารถเล่นได้ตามระบบที่เจอร์เก้น คล็อปป์ได้วางเอาไว้ การลงมาของเขายังไม่สามารถสร้างความอันตรายหรือเปลี่ยนเกมการเล่นได้เท่าที่ควรทำให้อาจจะเป็นอีกหนึ่งคนที่อาจจะย้ายออกจากถิ่นแอนฟิลด์ก็เป็นได้ แต่ถึงท้ายที่สุดแล้วไม่ว่าทีมไหนจะมีการพัฒนาได้มากแค่ไหนปีต่อไปถือว่าน่าติดตามอย่างยิ่งสำหรับฟุตบอลพรีเมียร์ลีกมนต์เสน่หาแห่งวงการฟุตบอลอันดับหนึ่งในเวลานี้

"เรือใบคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกปิดฉากความสำเร็จ"

ปืนใหญ่ ทำสถิติ คว้าชนะชัยในบ้าน 10 นัดติด

ปืนใหญ่ หรือ อาร์เซนอลทีมฟุตบอลที่ได้รับความนิยมพอๆ ทำสถิติในบ้านตัวเองคว้าชัยชนะ 10 นัด ติด ทำให้ทีมของเค้ามีชื่อเสียงในช่วงค่ำคืน และข่าวนี้ก็โด่งดังอย่างมากในข่าวกีฬา หากพูดถึงทีมปืนใหญ่ อาร์เซนอล แล้ว หลายๆ ท่านมักจะรู้จักกันดีเพราะเป็นทีมใหญ่ เช่นเดียวกับ แมนยูฯ, ลิเวอร์พูล, เชลซี ซึ่งเป็นทีมใหญ่ที่สร้างชื่อในวงการฟุตบอลมาอย่างยาวนาน รวมไปถึงผลงานในปัจจุบันนี้ด้วย ล่าสุดก็ยังมีการสร้างชื่อเสียงแต่ละทีมก็จะมีจุดเด่นที่แตกต่างกันออกไป บางทีมอาจจะมีช่วงขาลงบ้างแต่ก็กลับมาผงาดได้เช่นเก่า ทำให้แฟนบอลเชื่อมั่นในทีมที่ชื่นชอบและไม่คิดจะเปลี่ยนใจ อย่าง อาร์เซนอล ต้องยกให้เรื่องการสร้างนักเตะรุ่นใหม่ให้โด่งดังเพราะในอดีตที่ผ่านมานักเตะเก่าๆ ของทีมปืนใหญ่ได้กระจายไปอยู่ในทีมใหญ่ของแต่ละทีมเป็นจำนวนมาก พูดได้ว่าทีมที่สร้างนักเตะไว้ขายต้องยกให้ “ปืนใหญ่” ล่าสุดการแข่งขันของอาร์เซนอล ปะทะกับ นิวคาสเซิ่ล เป็นการแข่งขันที่ดุเดือดเช่นเดียวกันถือว่าเป็นนัดการแข่งขันที่ไม่ได้กดดัน “ปืนใหญ่” เพราะหากใครที่ดูการแข่งขันจะเห็นได้ว่านักเตะเล่นกันได้อย่างสบายไม่มีความกดดันจากฝ่ายตรงข้ามเลย แม้ นิวคาสเซิ่ล อาจจะมีโอกาสทำประตูได้ แต่ก็พลาดดูแล้วไม่น่ากลัวเท่าไหร่เมื่อเทียบกับการบุของฝ่ายเจ้าบ้าน ทำให้การได้ใจอยู่ที่ Arsenal เมื่อได้ประตูขึ้นนำโดย อารอน แรมซี่ย์ ทำให้ความมั่นใจของนักเตะเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด และข่มผู้ต่อสู้อย่าง นิวคาสเซิ่ล ได้ดี เกมส์แข่งขันดำเนินไปอย่างต่อเนื่องทำให้ช่วงหลังๆ นิวคาสเซิ่ล ได้พยายามจะเอาประตูตีเสมอ แต่เมื่อมีโอกาสก็จบประตูไม่ได้ทำให้ความกดดันไปอยู่กับ Newcastle เพราะเกมส์ดำเนินผ่านไปไม่นาน Arsenal ก็ได้ประตูที่ 2 จากการทำประตูที่สวยงามของ อเล็กซองด์ ลากาแซตต์ ด้วยการเตะข้ามหัวผู้รักษาประตูเข้าไปอย่างงดงาม จบด้วยสกอร์ Arsenal 2-0 Newcastle หากใครเป็นแฟนของทีมปืนใหญ่การแข่งขันนัดต่อไปต้องรอลุ้นกันว่าเค้าจะรักษาสถิติได้หรือไม่เพราะหลายๆ คนค่อยติดตามการแข่งขันครั้งต่อไป เจอกับ นาโปลี ทางเราเชื่อว่าการแข่งขันนัดนี้จะดุเดือดเหมือนนัดผ่านๆ มา เพราะถือว่าเป็นการป้องกันสถิติว่าจะคว้าชัยชนะในบ้านครั้งที่ 11 ได้หรือไม่ หากเค้าทำได้เชื่อเสียง…

"ปืนใหญ่ ทำสถิติ คว้าชนะชัยในบ้าน 10 นัดติด"

เกมที่เหลือตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19

ในตอนนี้คงไม่มีใครสามารถพูดได้เต็มปากว่าแชมป์ลีกอังกฤษฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร หลายนักวิเคราะห์ได้แต่คิดว่าปีนี้ดูจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ทีมดังอย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และหงส์แดง ลิเวอร์พูลพูดท้าชิง ทั้งสองทีมยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีในนัดล่าสุด และยังคงอยู่ในเส้นทางล่าแชมป์ทั้งคู่ โปรแกรมอีก 8 นัดไปดูกันว่าทั้งสองทีมจะเจอใครกันบ้างแล้วนัดไหนที่มีโอกาสสะดุดได้บ้าง 1.วันที่ 24 ก.พ. 62 แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล นัดนี้ถือว่าเป็นการเจอกันที่ดูสมน้ำสมเนื้อมาก เพราะทั้งสองทีมกำลังโชว์ฟอร์มได้ดีทั้งคู่อย่าลืมว่าทีมลิเวอร์พูลจะแพ้ได้ไม่ว่าแต่อย่าพลาดแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอันขาดยิ่งถ้าพลพรรคปีศาจแดง สามารถทำให้ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้หรือเสมอได้แล้วลิเวอร์พูลไม่สามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไม่ได้ แฟนบอลผีคงดีใจมากกว่าถึงแม้ทีมร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะได้แชมป์ก็ตาม นัดนี้มองดูแล้วถ้าลิเวอร์พูลสามารถเก็บชัยชนะได้บอกได้คำเดียวครับว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีหนาวแน่เพราะกำลังใจของลิเวอร์พูลจะมาทันที การชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้นั้นจะเป็นอะไรที่ดีต่อลิเวอร์พูลทั้งสภาพจิตใจในการแข่งขันนัดต่อไปอีกด้วย 2. วันที่ 3 มี.ค. 62 เอฟเวอร์ตันเล่นในบ้าน รับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ทีมเอฟเวอร์ตันที่เป็นทีมร่วมเมืองกับลิเวอร์พูลยิ่งรู้ว่าบ้านใกล้เรือนเคียงกำลังจะคว้าแชมป์ยิ่งทำให้พวกเขาต้องทำให้มันไม่สามารถเป็นไปได้อยู่แล้ว ถือว่าเป็นเกมที่หนักอีกเกมหนึ่งของทีมลิเวอร์พูลศึกเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ไม่มีใครยอมใครแน่นอนและเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลอาจจะพลาดท่าก็เป็นได้ 3.วันที่ 16 มี.ค. 62 แมนฯ ยูไนเต็ด รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนัดนี้บอกได้คำเดียวว่าน่าดูเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ที่ทั้งสองทีมไม่มีท่าทียอมกันง่ายๆ อย่างแน่นอน แต่ถ้าให้คิดดีๆ คือถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดต้องการให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้แชมป์จริง นัดนี้ก็คงไม่เป็นที่พอใจสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน 4.วันที่ 31 มี.ค. 62 ลิเวอร์พูล เล่นในบ้านรับการมาเยือนของสเปอร์ส สเปอร์สยังคงต้องลุ้นที่ 4 ต่อไปและรอโอกาสที่ทีมหัวตารางพลาดเก็บแต้มสำคัญ ดังนั้นนัดนี้คงไม่ง่ายอีกเช่นกันสำหรับลิเวอร์พูล แต่ลิเวอร์พูลได้เล่นในบ้านก็มีความได้เปรียบอยู่เล็กน้อยในนัดนี้ 5.วันที่ 13 เม.ย. 62 ลิเวอร์พูล…

"เกมที่เหลือตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19"