เกมที่เหลือตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19

ในตอนนี้คงไม่มีใครสามารถพูดได้เต็มปากว่าแชมป์ลีกอังกฤษฤดูกาลนี้จะเป็นอย่างไร หลายนักวิเคราะห์ได้แต่คิดว่าปีนี้ดูจะเป็นการแข่งขันระหว่าง 2 ทีมดังอย่าง เรือใบสีฟ้า แมนเชสเตอร์ ซิตี้ และหงส์แดง ลิเวอร์พูลพูดท้าชิง ทั้งสองทีมยังคงโชว์ฟอร์มได้ดีในนัดล่าสุด และยังคงอยู่ในเส้นทางล่าแชมป์ทั้งคู่ โปรแกรมอีก 8 นัดไปดูกันว่าทั้งสองทีมจะเจอใครกันบ้างแล้วนัดไหนที่มีโอกาสสะดุดได้บ้าง 1.วันที่ 24 ก.พ. 62 แมนฯ ยูไนเต็ด เปิดบ้านรับการมาเยือนของลิเวอร์พูล นัดนี้ถือว่าเป็นการเจอกันที่ดูสมน้ำสมเนื้อมาก เพราะทั้งสองทีมกำลังโชว์ฟอร์มได้ดีทั้งคู่อย่าลืมว่าทีมลิเวอร์พูลจะแพ้ได้ไม่ว่าแต่อย่าพลาดแพ้ แมนฯ ยูไนเต็ด เป็นอันขาดยิ่งถ้าพลพรรคปีศาจแดง สามารถทำให้ลิเวอร์พูลพ่ายแพ้หรือเสมอได้แล้วลิเวอร์พูลไม่สามารถเป็นแชมป์พรีเมียร์ลีกฤดูกาลนี้ไม่ได้ แฟนบอลผีคงดีใจมากกว่าถึงแม้ทีมร่วมเมืองอย่างแมนเชสเตอร์ ซิตี้จะได้แชมป์ก็ตาม นัดนี้มองดูแล้วถ้าลิเวอร์พูลสามารถเก็บชัยชนะได้บอกได้คำเดียวครับว่าแมนเชสเตอร์ ซิตี้มีหนาวแน่เพราะกำลังใจของลิเวอร์พูลจะมาทันที การชนะแมนฯ ยูไนเต็ดได้นั้นจะเป็นอะไรที่ดีต่อลิเวอร์พูลทั้งสภาพจิตใจในการแข่งขันนัดต่อไปอีกด้วย 2. วันที่ 3 มี.ค. 62 เอฟเวอร์ตันเล่นในบ้าน รับการมาเยือนของลิเวอร์พูล ทีมเอฟเวอร์ตันที่เป็นทีมร่วมเมืองกับลิเวอร์พูลยิ่งรู้ว่าบ้านใกล้เรือนเคียงกำลังจะคว้าแชมป์ยิ่งทำให้พวกเขาต้องทำให้มันไม่สามารถเป็นไปได้อยู่แล้ว ถือว่าเป็นเกมที่หนักอีกเกมหนึ่งของทีมลิเวอร์พูลศึกเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ไม่มีใครยอมใครแน่นอนและเป็นเกมที่ลิเวอร์พูลอาจจะพลาดท่าก็เป็นได้ 3.วันที่ 16 มี.ค. 62 แมนฯ ยูไนเต็ด รับการมาเยือนของแมนเชสเตอร์ ซิตี้ เกมนัดนี้บอกได้คำเดียวว่าน่าดูเป็นอย่างยิ่งเพราะเป็นเมอร์ซี่ไซด์ ดาร์บี้ที่ทั้งสองทีมไม่มีท่าทียอมกันง่ายๆ อย่างแน่นอน แต่ถ้าให้คิดดีๆ คือถ้าแมนฯ ยูไนเต็ดต้องการให้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ได้แชมป์จริง นัดนี้ก็คงไม่เป็นที่พอใจสำหรับแฟนบอลลิเวอร์พูลอย่างแน่นอน 4.วันที่ 31 มี.ค. 62 ลิเวอร์พูล เล่นในบ้านรับการมาเยือนของสเปอร์ส สเปอร์สยังคงต้องลุ้นที่ 4 ต่อไปและรอโอกาสที่ทีมหัวตารางพลาดเก็บแต้มสำคัญ ดังนั้นนัดนี้คงไม่ง่ายอีกเช่นกันสำหรับลิเวอร์พูล แต่ลิเวอร์พูลได้เล่นในบ้านก็มีความได้เปรียบอยู่เล็กน้อยในนัดนี้ 5.วันที่ 13 เม.ย. 62 ลิเวอร์พูล…

"เกมที่เหลือตัดสินแชมป์พรีเมียร์ลีก อังกฤษ ฤดูกาล 2018/19"

สิ่งที่น่าสนใจกับการกลับมาลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูล

สาวกหงส์แดงคงเริ่มมีลุ้นอย่างเต็มตัวในปีนี้ เมื่อลิเวอร์พูลนั้นมีโอกาสเข้าใกล้ความสำเร็จในการคว้าแชมป์พรีเมียร์ลีกอีกครั้ง ซึ่งในช่วงเวลานี้ยังคงต้องลุ้นว่าพวกเราจะสามารถคว้าแชมป์ปีนี้ได้หรือไม่ ช่วงสัปดาห์นี้มีการแข่งขัน เอฟเอ คัพ ซึ่งพวกเขาตกรอบไปแล้วทำให้มีโอกาสได้พักอย่างเต็มที่ ทางเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้พานักเตะไปเตรียมความพร้อมที่ประเทศสเปนก่อนจะเจอกับโปรแกรมหนักกับทีมอย่าง บาเยิร์น มิวนิค ที่แอนฟิลด์ ในถ้วย ยูฟ่าแชมเปี้ยน ลีก รอบ 16 ทีมสุดท้าย หลังจากนั้นพวกเขาต้องเจอกับศึกแดงเดือดในการไปเยือน ปีศาจแดงแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ต ในวันที่ 24 ก.พ. ลิเวอร์พูลได้รับข่าวดีเมื่อเขาได้ อเล็กซ์-อ็อกซ์เลด แชมเบอร์เลน กลับมาลงฝึกซ้อมได้แล้วแต่ไม่น่าจะทันในนัดที่เจอกับ เสือใต้บาเยิร์น มิวนิค แน่นอนว่าเจอร์เก้น คล็อปป์ต้องการให้นักเตะคนสำคัญกลับมาโดยเร็วเพื่อเพิ่มตัวเลือกให้กับแผนการเล่นที่มากขึ้น แข้งดาวรุ่งที่น่าจับตามอง ริอาน บรูว์สเตอร์ กองหน้าดาวรุ่งที่เข้าร่วมฝึกซ้อมในครั้งนี้ด้วยเป็นเรื่องที่ดี สำหรับดาวรุ่งรุ่นอายุไม่เกิน 17 ปี ที่ได้ลงซ้อมกับทีมชุดใหญ่ เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่าเจ้าหนูคนนี้จะเป็นอนาคตในวันข้างหน้าของหงส์แดงหลังจากได้เซ็นสัญญาเป็นเวลา 5 ปีกับทีมไปเรียบร้อยแล้ว ปัญหากองหลังที่ต้องแก้ต่อไป เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ ปราการหลังตัวทีมชาติฮออลแลนด์คงไม่สามารถควบคุมแนวรับได้ทุกตำแหน่ง ทำให้การเขาต้องหวังในตัวของเพื่อนร่วมทีมด้วย เดยัน ลอฟเรนที่มีอาการบาดเจ็บยังต้องฟื้นฟูร่างกายต่อไป และไม่แน่ใจว่าจะลงทันในนัดที่จะถึงนี้มั้ย โจเอล มาติปที่ยังคงต้องทำหน้าที่ต่อไปเพราะในตอนนี้ตัวเลือกนั้นมีเพียงแค่เขาเท่านั้นในเวลานี้ โจ โกเมซยังคงเจ็บและไม่รู้ว่าจะกลับมาได้เมื่อไร แต่ถึงอย่างไรแล้วทาง เจเค เองก็ไม่ได้ชื้อใครเพิ่มเพราะด้วยเหตุผลที่ว่าไม่อยากชื้อแนวหลังมาเพื่อลงเพียงแค่นัดเดียว เพราะนักเตะในแนวรับนั้นเริ่มกลับมากันหมดแล้วนั้นเอง ในช่วง 2 เกมส์ใหญ่ที่จะเกิดขึ้นกับลิเวอร์พูลนั้นถ้าพวกเขาสามารถเก็บชัยชนะได้ทั้ง 2 นัด จะทำให้พวกเขามีกำลังใจขึ้นมาอย่างมากแล้วทำให้แฟนๆ เริ่มมั่นใจได้มากยิ่งขึ้นไปอีก ผลงานของลิเวอร์พูลปีนี้ดีมาก และใกล้เคียงที่จะได้แชมป์ลีกอย่างมาก  ในปีนี้ลิเวอร์พูลมีแนวรับที่เสียประตูยากมากและไม่พลาดง่ายเหมือนกับปีที่แล้ว เกมส์รุกที่ไม่ได้บุกแบบบ้าเลือดทำให้ทีมชุดนี้มีพลังงานใช้งานได้จนจบเกมส์

"สิ่งที่น่าสนใจกับการกลับมาลุ้นแชมป์ของลิเวอร์พูล"

“เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง

แมนเชสเตอร์ซิตี้ ที่กำลังอยู่ในอันดับ 2 ของ ตารางพรีเมียร์ลีก จะต้องเจอกับ นิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ด 29 ม.ค.นี้ และแมนซิตีจำเป็นที่จะต้องเก็บชัยชนะให้ได้ เพื่อให้คะแนนนั้นไล่ติดลิเวอร์พูล ส่วนลิเวอร์พูลเองจะเจอกับเลสเตอร์ที่อยู่อันดับ 9 วันที่ 31 ม.ค.นี้ หากมองรวมๆ แล้ว ลิเวอร์พูล เองไม่น่าจะมีเกมส์การแข่งขันที่ผิดพลาดอะไร เป็นไปได้ว่าจะเก็บ 3 แต้มได้แบบไม่ยากเย็นนัก ไม่ต่างกับแมนซิตีที่เจอนิวคาสเซิ่ล ยูไนเต็ดอันดับ 17 ของตาราง แต่ในเกมส์หลังจากนี้ที่เมื่อเทียบกันแล้วแมนซิตีจะเจอทีมที่โหดกว่าหินกว่าทางลิเวอร์พูลเยอะ ทำให้แมนซิตีแทบจะต้องไม่พลาดในการแข่งขัน 15 นัดที่เหลือนี้อีกเลย ฝั่งลิเวอร์พูล ลิเวอร์พูล จาก 23 นัดที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าทีมกุนซือเจอร์เก้น คล็อปป์ ได้มีการพัฒนาเกมส์รับเป็นอย่างดี ดูได้จากการเสียประตูเพียง 13 ประตู ทั้งในเรื่องของการเข้าบอลที่แม่นยำขึ้น เสียฟาวล์น้อยลง ส่งบอลทะลุช่องได้บ่อย แม้ว่าการทำประตูจะน้อยกว่าปกติของระดับทีมแนวหน้าอื่นๆ ก็ตามที่ ฝั่งแมนเชสเตอร์ซิตี้ แมนเชสเตอร์ซิตี้เองถึงแม้จะมีสถิติไม่ต่างกับลิเวอร์พูลเท่าไหร่นัก แต่เหมือนจะมีปัญหาด้านกองหลังที่ไม่ค่อยแม่นยำเรื่องการเข้าสกัดบอลทำให้เสียประตูได้ในจุดที่สำคัญๆ ซึ่งทาง กวาร์ดิโอล่า เองต้องหาทางแก้ไขให้เพื่อรับเกมส์การแข่งขันต่อจากนี้ที่หินสุดๆ รวมถึงจำนวนเกมส์ที่ต้องลงแข่งมากกว่าทางลิเวอร์พูลที่จะทำให้แมนเชสเตอร์ซิตี้ต้องเหนื่อยและไม่พลาดในทุกเกมส์ต่อจากนี้ ยังไงแล้วเกมส์ระหว่าง 2 ทีมนี้ยังคงต้องลุ้นกันอีกต่อไปว่าทีมใดจะได้เป็นแชมป์กับเกมส์ที่เหลืออยู่ 15 นัด คงต้องระวังเรื่องของตัวผู้เล่นที่อาจมีอาการบาดเจ็บทำให้ลงแข่งขันไม่ได้เท่านั้นเอง

"“เรือใบสีฟ้า” ต้องเก็บชัยชนะให้ได้อย่างต่อเนื่อง"